วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

วิธีพับนก

พับนกระดาษ

อุปกรณ์

  • กระดาษสีสวย
  • กรรไกร

วิธีทำ

  1. ตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดประมาณ 5.5 ซม.
  2. พับครึ่งกระดาษ จากนั้น พับกระดาษจากตรงกลาง พับสลับด้าน (สังเกตวิธีทำจากคลิปได้นะ)
  3. พับไปเรื่อยๆ จนเสร็จ
พับหลายๆตัว นำไปใส่ขวดโหล ทำเป็นของขวัญเก๋ๆค่ะ
รูป 2 สอนพับนกกระดาษ แบบง่ายๆรูป 3 สอนพับนกกระดาษ แบบง่ายๆรูป 4 สอนพับนกกระดาษ แบบง่ายๆรูป 5 สอนพับนกกระดาษ แบบง่ายๆรูป 6 สอนพับนกกระดาษ แบบง่ายๆรูป 7 สอนพับนกกระดาษ แบบง่ายๆรูปที่ 8รูปที่ 9รูปที่ 10รูปที่ 11รูปที่ 12

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

วิธีพับเหรียญโปรยทาน สุดเก๋ แม้แต่มือใหม่ยังทำได้ไม่ยาก [มีคลิป]

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

             ตามมาดู วิธีพับเหรียญโปรยทาน สุดเก๋ไก๋ ใช้ความคิดสร้างสรรค์เปลี่ยนให้เป็นมากกว่าเหรียญโปรยทานธรรมดา แถมนำเคล็ดลับไปใช้ได้อีกหลายงานอีกด้วย 

             สำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีการพับริบบิ้นทำเหรียญโปรยทาน เพื่อนำไปใช้ในโอกาสต่าง ๆ บอกเลยว่าไม่ควรพลาดไอเดียสุดเก๋ไก๋แถมครีเอทสุด ๆ ที่เราจะนำมาฝากกันในวันนี้ เมื่อ คุณลูกน้ำ เจ้าของเพจ "เหรียญโปรยทาน Ribbon Art" ได้นำวิธีการทำเหรียญโปรยทานสารพัดรูปแบบ ที่มีความสวยงามน่ารักถึงที่สุด มาแบ่งปันแก่เพื่อน ๆ ให้ได้ทดลองทำกัน ผ่านทางกระทู้ "เหรียญโปรยทาน จริงจริ๊งงงง...ค่ะ" ซึ่งบอกเลยว่าแม้แต่มือใหม่ก็ยังทำได้ไม่ยากนัก ว่าแล้วก็ตามไปดูกันได้เลย...

---------------------------------

            เริ่มแรกควรเลือกริบบิ้นให้เหมาะกับแต่ละคนก่อน โดยริบบิ้นจะมีอยู่ 2 เนื้อ

             1. ริบบิ้นเนื้อมัน เนื้อจะแข็ง สีมันวาว สีสดมาก ๆ เหมาะสำหรับพับลายผลไม้
           
             
2. ริบบิ้นเนื้อทราย มีหลายยี่ห้อด้วยกัน ลองเลือกมาเอาที่เราถนัด เนื้อทรายจะทำง่ายกว่าเนื้อมัน สีเนียนสวย เหมาะสำหรับพับลายกุหลาบ และลายอื่น ๆ (จริง ๆ เนื้อทรายก็พับลายผลไม้ได้เหมือนกันนะ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน)

             เอาล่ะ เราจะลงรูปแบบต่าง ๆ พร้อมลิงก์ให้ เผื่อเพื่อน ๆ สนใจลองหัดพับกัน
          ผลไม้รวม น่าหม่ำจริง ๆ

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

          สำหรับมือใหม่ หรือคนที่มีพื้นฐานอยู่บ้าง เริ่มแรกลองหัดลูกส้มก่อนนะคะ

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

          จริง ๆ ก็พื้นฐานเดียวกัน ถ้าทำส้มเป็นอย่างอื่นก็หมู ๆ ตัดนั่น เพิ่มนี่ เดี๋ยวก็ได้ลายใหม่ ลูกกลม ๆ ของส้ม เราสามารถเปลี่ยนให้มันเป็นอะไรก็ได้มังคุดแค่เราเปลี่ยนขั้วมันเราก็จะได้แบบใหม่แล้ววว

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

          ต เต่า หลังส้ม นึกถึงเกมมาริโอ้เนอะ

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

          พัฒนาไปอีกขั้นกับผลไม้เมืองหนาว ลายนี้ยอดนิยมจริงจริ๊ง

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

          อีกสักรูป มาเป็นพวง

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

          ยัง ยังไม่อิ่ม ขอเสิร์ฟผลไม้ต่อนะ สับปะรด ยานัด หรือบักนัด ของดีบ้านเรานี่แหละ มา ๆ ฟินกันต่อ

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

          สับปะรดใบงาม ๆ แทบจะยืนงงในดง...สับปะรด
          ลองทำกันดูตามคลิปเลยค่ะ 



วิธีพับเหรียญโปรยทาน

          จากนั้นเราไปปีนป่าย เก็บเชอร์รีกัน (จริง ๆ ไม่เคยเห็นต้นเชอร์รีสักที ต้นเป็นไงไม่รู้ 5555)

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

          ต่อไปจะพาชมไร่ข้าวโพดกันบ้าง

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

          กำลังผลิตเลย เสร็จแล้วออกมาหน้าตาแบบนี้
          ลิงก์ทำข้าวโพด สามารถเข้ามาดูกันได้ ที่นี่



วิธีพับเหรียญโปรยทาน
          ข้าง ๆ ไร่ข้าวโพด มีไร่แตงโม ป่ะ ไปชมกัน

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

           สีสันสะใจจริง ๆ แล้วมาดูเบื้องหลังการผลิตเม็ดแตงโม
           แตงโมหวานฉ่ำ ดูคลิปวิธีการทำได้ ที่นี่ 



วิธีพับเหรียญโปรยทาน

          ผลไม้ยังมีอีกเยอะ พาชมแก้วมังกรกันต่อ อันนี้เราชอบกิน

วิธีพับเหรียญโปรยทาน

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การทำขนมเค้ก

เค้กผลไม้รวม Fruit Cake (ฟรุ๊ตเค้ก)

เขียนโดย fruitcake ที่ 04:13 2 ความคิดเห็น



ส่วนผสม:
  • แป้งเค้ก
  • ผลไม้อบแห้งที่ต้องการ
  • เนยรสจืด
  • น้ำตาลทรายแดง
  • นมจืด
  • เยมส้ม
  • เมล็ดมะม่วงหิมมะพานอบ
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • เกลือ
  • ผงฟู
  • น้ำฝึ้ง
  • เหล้ารำ
ขั้นตอนการทำ:
  1. ร่อนของแห้งทั้งหมดลงผสมให้เข้ากัน แป้งเค้ก+น้ำตาลทรายแดง+เกลือ+ผงฟู
  2. หั่นผลไม้อบแห้งชิ้นพอประมาณไม่ใหญ่เกิดไป
  3. หมักผลไม้อบแห้งด้วยเหล้ารำ
  4. ตีเนยด้วยความเร็วสูง จนกว่าเนยเริ่มจะขึ้นฟู ใส่ไข่ไก่ที่ละ 1 ฟอง ใส่น้ำผึ้งที่เตรียมไว้
  5. ลดความเร็วในการตี ใส่แป้งและนมสดลงไปที่ละนิด
  6. นำผลไม้รวมที่หมักไว้มาใส่ลงในแป้งที่ผสม(เหลือไว้บางส่วนไว้แต่งหน้า) คลุกให้เข้ากัน จากนั้นใส่เมล็ดมะม่วงหิมมะพานลงไป
  7. เตรียมพิมพ์โดยรองกระดาษไขเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเค้กติดกับพิมพ์
  8. โรยผลไม้อบที่เหลือไว้ด้านบน
  9. นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 180 องศา เป็นเวลา 40 นาที 
  10. นำออกจากเตา โดยให้แกะกระดาษไขออกทันที พักทิ้งไว้ให้เย็น
  11. ตกแต่งหน้าเค้กด้วยแยมส้ม

หลักการเขียนโครงงานคณิตศาสตร์


โครงงานคณิตศาสตร์หมายถึง

กิจกรรมนอกหลักสูตรวิชาคณิตศาสตร์ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ตามความถนัดและความสนใจ ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ อาจทำเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มก็ได้ เป็นการฝึกปฏิบัติงานที่นักเรียนหาข้อสงสัย ตั้งสมมติฐาน ทดลองและสืบสวน แล้วรวบรวมหาข้อสรุป แล้วจัดทำรายงาน และแสดงผลงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ จากการทำโครงงาน ได้รับคำแนะนำดูแลจากอาจารย์ที่ปรึกษา และ/หรือผู้ทรงคุณวุฒิ อาจจัดทำในเวลาเรียนหรือนอกเวลาเรียนก็ได้
หลักการจัดกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ควรมีลักษณะดังนี้
1. เป็นเรื่องเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้
2. เป็นการเสาะแสวงหาความรู้ด้วยตัวเอง เพื่อฝึกการคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์
3. ให้เสรีภาพแก่ผู้ทำโครงงานในเรื่องที่จะทำ โดยคำนึงถึงเงินทุนที่มีอยู่ด้วย
โครงงานคณิตศาสตร์อาจทำได้หลายรูปแบบดังนี้
1. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภททดลอง (Experimental Research Project) โครงงานนี้เป็น
การศึกษาหาคำตอบของปัญหาโดยการออกแบบการทดลอง และดำเนินการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ ขั้นตอนการทำงานประกอบไปด้วยการกำหนดปัญหา การตั้งสมมติฐาน การออกแบบการทดลอง ซึ่งจะต้องมีการควบคุมตัวแปรต่างๆ การแปลผลและการสรุปผลการทดลอง
2. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทสำรวจ (Survey Research Project) โครงงานประเภทนี้เป็นการศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาความรู้จากธรรมชาติ โดยการสำรวจและรวบรวมข้อมูลต่างๆ นำข้อมุลมาจัดและนำเสนอในรูปแบบต่างๆ ตามความเหมาะสม
3. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทพัฒนาหรือประดิษฐ์ (Development Research Project) โครงงานประเภทนี้เป็นการพัฒนาหรือประดิษฐ์เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ โดยการประยุกต์ทฤษฎีหรือหลักการต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ จะเป็นการปรับปรุงอุปกรณ์เครื่องมือที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม หรือเป็นการประดิษฐ์สิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมทั้งเป็นการเสนอหรือปรับแบบจำลองทางความคิดเพื่อ แก้ปัญหาปัญหาหนึ่ง
4. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทการสร้างทฤษฎีหรือการอธิบาย (Theortied Research Project) โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานที่ผู้ทำจะต้องเสนอความคิดใหม่ๆ ในการอธิบายเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างมีเหตุผล มีหลักการทางคณิตศาสตร์หรือทฤษฎีสนับสนุน หรือเป็นการอธิบายปรากฏการณ์ในแนวใหม่ เสนอในรูปคำอธิบาย สูตร สมการ โดยมีทฤษฎีข้อมูลอื่นสนับสนุน การทำโครงงานประเภทนี้ผู้ทำจะต้องมีพื้นความรู้ ทางคณิตศาสตร์เป็นอย่างดี จึงจะสามารถสร้างคำอธิบายหรือทฤษฎีได้
ขั้นตอนการทำโครงงานคณิตศาสตร์มีดังนี้
1. การกำหนดจุดประสงค์ ก่อนทำโครงงานต้องกำหนดจุดประสงค์ก่อนว่า ต้องการอะไรจากโครงงานนั้น
2. การเลือกหัวข้อหรือปัญหาที่จะศึกษา ควรให้นักเรียนเป็นผู้คิดและเลือกด้วยตนเอง โดยคำนึงถึง ระดับความรู้ อุปกรณ์ งบประมาณ ระยะเวลา อาจารย์ที่ปรึกษา ความปลอดภัย และเอกสารอ้างอิง
3. การวางแผนในการทำโครงงาน คือการกำหนดขอบเขตของงาน ว่าจะให้กว้างหรือแคบเพียงใด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเขียนเค้าโครงของงานก่อน เพื่อวางแผนการทำงาน
3.1 ชื่อโครงงาน
3.2 ชื่อผู้ทำโครงงาน
3.3 ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
3.4 ที่มาและความสำคัญของโครงงาน อธิบายว่าทำไมจึงเลือกโครงงานนี้
3.5 จุดมุ่งหมายของโครงงาน
3.6 สมมติฐานทางการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี) สมมติฐานเป็นคำตอบที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
3.7 วิธีดำเนินงาน
3.7.1 วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้
3.7.2 แนวการศึกษาค้นคว้า
3.8 แผนการปฏิบัติงาน อธิบายเกี่ยวกับระยะเวลาทำงานตั้งแต่เริ่มจนจบโครงงานในแต่ละขั้นตอน
3.9 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
3.10 เอกสารอ้างอิง
4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อโครงสร้างและเค้าโครงงานผ่านการเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญแล้ว นักเรียนก็เริ่มลงมือทำตามแผนงาน ในแต่ละช่วงต้องมีการประเมินการทำงานเป็นระยะๆ เพื่อช่วยกันปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงานด้วย
5. การเขียนรายงาน เป็นการเสนอผลงานของการศึกษาค้นคว้าเป็นเอกสาร เพื่อให้ผู้อื่นทราบปัญหาที่ศึกษา วิธีดำเนินการศึกษา ข้อมูลที่ได้ ประโยชน์ที่ได้จากโครงงานที่ทำ ควรเขียนในรูปแบบฟอร์ม
6. การแสดงผลงาน เป็นการเสนอผลงานต่างๆ ที่ได้ศึกษาค้นคว้ามา เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้และเข้าถึงโครงงาน ซึ่งอาจเป็นตาราง แผนภูมิแท่ง กราฟวงกลม กราฟ สร้างแบบจำลอง ควรเลือกนำเสนอให้เหมาะสมกับโครงงานนั้นๆ

ตัวอย่างโครงร่างโครงงาน ชิ้นงานนักเรียน ชั้น ม.1-3

รายงานโครงงานคณิตศาสตร์ GSP เรื่องสวนหย่อมผ่อนใจ

โครงงานคณิตศาสตร์ GSP เรื่อง รถบนสะพาน

โครงงานแก้โจทย์ปัญหาทฤษฎีบทปีทาโกรัส

รายงานGSP กลุ่ม สวนหย่อมผ่อนใจ

 ตัวอย่างโครงงาน เต็มรูปแบบ ชิ้นงานนักเรียน ชั้น ม.1-3

โครงงานเรื่องสามเหลี่ยมเตือนภัย

           บทที่1

           บทที่2

           บทที่ 3

           บทที่ 4

           บทที่ 5


โครงงานเรื่องสวนถาดฉลาดคิด

          บทที่1

          บทที่2

          บทที่ 3

แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
กิจกรรมการเรียนการสอนโครงงานหน้าเดียว โดยระบบ Social Media
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3
คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
1.โครงงานคืออะไร
ก. การเรียนรู้โดยไม่มีการวางแผน
ข. การเรียนรู้โดยไม่อาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ค. กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษาสิ่งที่สนใจอย่างลึกซึ้ง
ง. สิ่งที่ถูกบังคับ กำหนดให้ศึกษา
2. ข้อใดคือลักษณะของโครงงานที่เป็นการศึกษาค้นคว้าทดลอง
ก. เพื่อศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
ข. เพื่อประยุกต์กับรายวิชา
ค. ไม่นำทักษะทางวิทยาศาสตร์มาใช้
ง. เพื่อนำมาประกอบอาชีพ
3. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของการทำโครงงาน
ก. เพื่อให้ผู้เรียนรู้รักสามัคคี
ข. เพื่อให้ผู้เรียนรู้ถึงความเป็นไทย
ค. เพื่อให้ผู้เรียนได้แสดงออกซึ่งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ง. เพื่อให้ผู้เรียนได้ผลประโยชน์จากกิจกรรม
4.ในการสรุปผลการทดลอง จะต้องยึดสิ่งใดเป็นหลัก
ก. ตัวแปร
ข. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
ค. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ง. วัตถุประสงค์
5.การจัดการเรียนการาสอนแบบโครงงานมุ้งเน้นด้านใด ถูกที่สุด
ก. มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
ข. มุ่งเน้นให้ผู้เรียนหาเลี้ยงชีพเพียงลำพัง
ค. มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเอาสิ่งที่ได้มาไปหารายได้
ง. มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามัคคี
6. ข้อใดเป็นหลักการที่สำคัญของกิจกรรมโครงงาน
ก. เน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงจากแหล่งเรียนรู้เบื้องต้น
ข. หาเพื่อนแท้
ค. สามารถช่วยตัวเองได้ จากสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่
ง. อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
7. ประเภทของโครงงานแบ่งออกได้เป็นกี่ประเภท
ก. 3 ประเภท
ข. 5 ประเภท
ค. 4 ประเภท
ง. 2 ประเภท
8. โครงงานที่เป็นการสร้างประดิษฐ์คิดค้น เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์อะไร
ก. มุ่งเน้นให้เรียนรู้ในเรื่องที่ได้กำหนดมา
ข. เน้นให้ผู้เรียนอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสงบ
ค. เพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้มาใช้ ได้โดยเกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง
ง. เน้นการนำความรู้ทฤษฎีใหม่ หลักการ มาประยุกต์ใช้
9. การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน มีลักษณะเช่นใด
ก. มุ่งเน้นให้เรียนด้านเดียว
ข. เป็นการจัดประสบการณ์ในการปฎิบัติงานให้แก่เด็ก
ค. สร้างมนุษย์สัมพันธ์
ง. ไม่ช่วยในการฝึกฝนทักษะต่างๆ
10. ข้อใดคือ โครงงานที่เป็นการสำรวจ รวบรวมข้อมูล
ก. สารระงับกลิ่นจากพืช
ข. ยากันยุงจากตะไคร้
ค. การผลิตยาหม่องจากสมุนไพร
ง.การสำรวจแหล่งเรียนรู้ในชุมชน
11. ข้อมูลที่ได้จากการทดลองที่มีการควบคุมจะมีประโยชน์ในการตัดสินใจอย่างไร
ก. สมมติฐานนั้นถูกต้องหรือไม่
ข. ทฤษฎีที่กำหนดนั้นถูกต้องหรือไม่
ค. ปัญหาที่คิดขึ้นถูกต้องเพียงใด
ง. ข้อมูลที่รวบรวมได้นั้นใช้ได้เพียงใด
12. หัวข้อเรื่องที่ดี ควรได้มาโดยวิธีใด
ก. การอ่านหนังสือ
ข. การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ
ค. การสนทนากับผู้รู้
ง. ปัญหาที่พบโดยบังเอิญ
13. ข้อใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำโครงงาน
ก. เลือกเรื่องหรือปัญหา
ข. ศึกษาแหล่งข้อมูล
ค. จัดนิทรรศการ นำเสนอผลงาน
ง. ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
14. โครงงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูล คือโครงงานประเภทใด
ก. ประเภทสำรวจ
ข. ประเภททดลอง
ค. ประเภททฤษฎี
ง. ประเภทประดิษฐ์คิดค้น
15. วัตถุประสงค์ของการจัดนิทรรศการ นำเสนอผลงานคือข้อใด
ก. เพื่อเผยแพร่ความภูมิใจระหว่างกัน
ข. สร้างทัศนคติที่ดีและเห็นคุณค่าของชิ้นงาน
ค. แสดงผลงาน ขั้นตอนวิธีการประดิษฐ์ชิ้นงาน
ง. ถูกทุกข้อ
16. ข้อใดเป็นโครงงานสิ่งประดิษฐ์
ก. กระเป๋าจากผักตบชวา
ข. การผลิตน้ำยาล้างจาน
ค. การปลูกผักสวนครัว
ง. การทำยากันยุงจากต้นตะไคร้หอม
17. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของโครงงาน
ก. ส่งเสริมให้เด็กฝึกฝนและตัดสินใจด้วยตนเอง
ข. ครูเป็นผู้ถ่ายทอดหรือกำหนดกิจกรรมให้ทำ
ค. ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นนักวางแผน แก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล
ง. เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญทุกรายวิชา
18. ถ้านักเรียนเลือกทำโครงงาน จะมีวิธีการเลือกอย่างไร
ก. เลือกตามเพื่อนบอก
ข. เลือกตามความถนัดและสนใจ
ค. เลือกตามครูบอก
ง. เลือกตามสมัยนิยมและความสะดวก
19. ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของการทำโครงงาน
ก. เลือกเรื่องหรือปัญหา
ข. สร้างองค์ความรู้
ค. ศึกษาแหล่งข้อมูล
ง. ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
20. ประโยชน์ของโครงงานต่อนักเรียนคือข้อใด
ก. สร้างประสบการณ์จริง
ข. ศึกษาตามความถนัดความสนใจของตนเอง
ค. เกิดความภาคภูมิใจตนเองและกลุ่มงานได้
ง. ถูกทุกข้อ

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การแกะสลัก

งานแกะสลักไม้สัก
  
         งานแกะสลักไม้สัก เป็นงานฝีมือของชาวบ้านจังหวัดสุโขทัยที่เกิดจากการเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ใกล้ตัว สิ่งนั้นคือ เศษไม้ที่โรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ได้ทิ้งไว้ แต่ชาวบ้านนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง ด้วยการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านแกะสลักเศษไม้ให้เป็นรูปแบบต่าง ๆตามต้องการ แล้วนำมาสร้างรายได้เพิ่มขึ้น งานแกะสลักไม้สักเป็นงานฝีมือของชาวบ้านในตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เป็นงานที่ต่างจากงานแกะสลักไม้จากจังหวัดเชียงใหม่โดยมีรูปแบบไม่ซ้ำกันเป็นเอกลักษณ์ที่ต่างกัน รูปแบบที่นำมาแกะสลักส่วนใหญ่เป็นองค์พระพุทธรูป และตัวสัตว์ อาทิ เช่น นกคุ้ม นกยูง นกเงือก ปลาปักเป้า ปลากัด แมว เป็ด กบ ฯลฯ งานฝีมือเหล่านี้ล้วนเป็นเอกลักษณ์ หรือของดีประจำจังหวัดสุโขทัยเช่น "นกคุ้ม" เป็นนกที่มีชื่อไพเราะเรียกว่า คุ้มเงินคุ้มทอง บางคนซื้อแล้วนำไปปลุกเสก เอาตั้งไว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เป็นเจ้าของ ส่วนมากจะขายได้เฉพาะคนไทยที่เข้าใจความหมายของคำว่านกคุ้ม ลูกค้าบางคนที่เชื่อถือเรื่องดวงชะตาก็นิยมซื้อตัวสัตว์ที่เข้ากับวันเดือนปีเกิดของตนเอง 
        สำหรับลูกค้าที่เป็นชาวต่างประเทศจากทวีปยุโรปและอเมริกา จะนิยมซื้อองค์พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยที่ยังคงอนุรักษ์ความงดงามอยู่เช่นเดิม ส่วนลูกค้าที่เป็นชาวเอเชียจะชื่นชอบตัวสัตว์ เช่น แมว นก และปลา โดยเฉพาะปลากัด เป็นไม้สักชิ้นเดียว แกะให้เป็นตัวโดยไม่มีการต่อเติมส่วนประกอบของปลา บางครั้งก็มีรูปแบบพิเศษที่ลูกค้ากำหนด เช่น รถตุ๊กตุ๊ก เรือพื้นบ้าน กรอบรูปลวดลายโบราณเก่าแก่สมัยสุโขทัย
          ไม้สักเป็นไม้ที่เก่าแก่มีคุณค่าแก่การสะสม เมื่อนำมาแกะสลักเป็นรูปลักษณ์ที่งดงามเห็นลายไม้ชัดเจน ถ้าไม่ต้องการลงสีเพียงแต่ลงแวกซ์ให้เงางามก็เป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่ดึงดูดใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี


การลดต้นขา

วิธีลดต้นขา

  1. เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม รับประทานผักและผลไม้ทุกวันให้ครบ 3 มื้อ หลีกเลี่ยงการรับประทานข้าวขัดสี ขนมปังขาว เค้ก น้ำหวาน น้ำอัดลม ของทอด อาหารที่มีไขมัน ส่วนของนึ่ง ต้ม ลวก กินได้ ถั่วและชีสให้กินแต่พอดี ดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หรือวันละประมาณ 8 แก้ว
  2. การออกกำลังกาย เป็นสิ่งสำคัญมากพอกับการรับประทานอาหารสุขภาพ ส่วนท่าบริหารลดต้นขาโดยเฉพาะก็มีหลากหลายท่ามาก ขอให้ทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ วัน ต้นขาของคุณจะลดลงอย่างแน่นอน แม้อาจจะเล็กลงไม่ทันใจ แต่มันจะทำให้คุณมีความสุขกับร่างกายที่แข็งแรงขึ้นอย่างแน่นอน โดยส่วนตัวผมเองไม่แนะนำให้ไปทำศัลยกรรมครับ แม้มันจะเห็นผลเร็ว แต่ก็มีข้อเสียหลายอย่าง ทั้งสุขภาพ อาการบาดเจ็บ และราคาทำที่สูง เพราะฉะนั้นการลดต้นขาด้วยการออกกำลังกายคือทางเลือกที่ดีที่สุดครับ 🙂
  3. เครื่องออกกําลังกายลดต้นขา มีหลายชนิดให้เลือกครับ แต่ที่แนะนำคือจักรยานไฟฟ้าครับ เพราะฟิตเนสไหนก็มี ส่วนอีกแบบก็เป็นเครื่องบริหารช่วงขาของทีวีไดเร็ค (Leg Magic)
  4. นวดลดต้นขาสลายเซลลูไลท์ ด้วยการนวดด้วยน้ำมัน เจลลดต้นขา ครีมลดต้นขา หรือครีมกระชับต้นขาอะไรก็แล้วแต่ โดยนำมาใช้นวดคลึงต้นขาไปเรื่อย ๆ ประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน ก็สามารถช่วยสลายเซลลูไลท์ที่สะสมตามต้นขาและทำให้ต้นขาเล็กลงได้
    ครีมนวดสลายเซลลูไลท์
  5. สายรัดต้นขา เป็นสายรัดที่ช่วยกระชับสัดส่วน โดยนำมารัดบริเวณต้นขาก่อนเข้านอน ราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน
    สายรัดต้นขา
  6. กางเกงลดต้นขา (กางเกงกระชับสัดส่วน, กางเกงเลกกิ้งสำหรับรัดขา, ถุงน่องขาเรียว) เป็นกางเกงที่ผลิตมาจากผ้าไนลอนที่ไม่หนา มีลักษณะเป็นถุงน่องผสมกับเลกกิ้ง เมื่อใส่แล้วจะช่วยเก็บต้นขาที่หย่อนคล้อยให้ดูกระชับได้ จากนั้นจะสวมทับด้วยกางเกงขายาวหรือกระโปรง ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้เป็นอย่างดี ส่วนสีที่นิยมก็คือสีดำและสีเนื้อ ราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาทขึ้นไป อันนี้ต้องใส่เป็นประจำนะครับถึงจะเห็นผล หรือจะเห็นผลเฉพาะตอนใส่ก็ไม่รู้นะครับ
    กางเกงกระชับสัดส่วน
  7. เครื่องลดต้นขา Cavitations เป็นเครื่อง Superficial Ultrasound ที่เราใช้นวดละลายไขมันบริเวณพื้นผิว โดยจะช่วยละลายไขมันได้สำหรับคนที่ขาใหญ่เพราะไขมัน แต่ทำครั้งเดียวอาจจะไม่เห็นผลมากนัก ต้องทำอย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผล
    Cavitations
  8. เครื่อง RF หรือ คลื่นวิทยุ (RF – Radio Frequency) ทำงานโดยการนวดพร้อมปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุในรูปของกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ที่สามารถผ่านทะลุผิวชั้นบนเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นที่ลึกลงไป ซึ่งจะสามารถช่วยกระชับสัดส่วน สลายไขมันและเซลลูไลท์บริเวณต่าง ๆ ที่ทำการนวดยกกระชับได้
  9. คาร์บ็อกซี่ลดต้นขา (Carboxy Therapy) อีกหนึ่งวิธีกําจัดเซลลูไลท์ต้นขา เป็นเทคนิคการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะไปกระตุ้นให้หลอดเลือดขยาย นำออกซิเจนเข้าสู่ชั้นไขมันและเกิดปฏิกิริยาเร่งสลายไขมันให้กลายเป็นอุณหภูมิความร้อน พยาบาลจะใช้สายรัดโกยไขมันให้มากองเป็นกลุ่มก้อน โดยรัดบริเวณขาหนีบและเหนือข้อเข่า เพื่อป้องกันไม่ให้ก๊าซวิ่งเข้าขาหนีบและเหนือหัวเข่า หลังจากนั้นหมอจะใช้เข็มขนาดเล็กต่อกับเครื่องคาร์บอกซี่และถังก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วจิ้มเข็มผ่านผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมันด้านล่าง แล้วจึงเริ่มปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตอนเดินก๊าซจะรู้สึกเจ็บแสบยุบยิบ โดยสามารถเดินก๊าซเข้าไปจนขาบวมเต่งเต็มที่ ทำให้เห็นเซลลูไลท์ขึ้นเป็นลอน ๆ ชัดเจนมาก หลังฉีดเสร็จก็นอนพักสักครู่ ขาที่ป่องบวมก็ค่อย ๆ กลับสู่สภาวะปกติใน 10 นาที ส่วนจะเห็นผลมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วย และอาจต้องมีการทำซ้ำอีก 3-4 ครั้ง แฟนเคยทำแล้วบอกว่าเจ็บมากตอนเดินก๊าซ วิธีนี้แม้มันจะช่วยสลายเซลลูไลท์ได้ก็จริง ถ้าทำแล้วไม่ควบคุมอาหาร ขากลับมาใหญ่เหมือนเดิมแน่ครับ
    คาร์บอกซี่ลดต้นขา
  10. ฉีดลดต้นขา (Lipodissolve) เป็นการฉีดตัวยาที่มีสรรพคุณช่วยสลายไขมันเข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังโดยตรง เหมาะสำหรับไขมันส่วนเกินที่ไม่สามารถหายไปได้ โดยยาที่ใช้จะเป็นกลุ่มยาหลาย ๆ ตัวผสมกันแล้วฉีด เช่น Phosphatidylcholine, L-carnitine, Deoxycholate, Dexpanthenol (B5), Amino acids, Minerals ฯลฯ ซึ่งตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัว ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนจะสลายออกเป็นไขมันเหลว แล้วรอร่างกายดูดซึมกลับไปเอง โดยวิธีนี้อาจจะต้องฉีดต่อเนื่องอยู่เรื่อย ๆ เพราะการฉีดครั้งหนึ่งจะละลายไขมันได้แค่เพียงบางส่วนเท่านั้น จึงทำให้หลายคนทำแล้วไม่ได้ผล
    lipodissolve
  11. ดูดไขมันต้นขา หรือ Vaser ต้นขา (Vaser liposelection) อันนี้ทั้งเจ็บทั้งแพงครับ เห็นผลก็จริง แต่ถ้าไม่ควบคุมอาหารหรือไม่ออกกำลังกายก็กลับมาเป็นอีก เอาเป็นว่าไม่แนะนำครับ ราคาทำก็หลักหมื่นขึ้นไปจนถึงหลักแสน หลักการคือเป็นการดูดสลายไขมันโดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เพื่อให้ไขมันเกิดการแตกตัวหรือสลายตัวเป็นไขมันเหลวเพื่อให้ดูดออกมาได้โดยง่าย (ภาพประกอบ : pantip.com by สมาชิกหมายเลข 1506170)
    ดูดไขมันต้นขา
  12. การผ่าตัดเส้นประสาท เป็นวิธีแก้ไขให้น่องเรียวของคนที่มีกล้ามเนื้อใหญ่ โดยการตัดเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อทำให้น่องฝ่อและเหี่ยว ส่งผลให้ขาเรียวเล็กลง แต่อาจทำให้เกิดแผลเป็นหลังการผ่าตัดประมาณ 6-7 เซนติเมตร อยู่กลางน่องได้ จึงทำให้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก
  13. ฉีดโบทอกซ์ลดต้นขา (Botulinum Toxin) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้นขาใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ (ขาใหญ่เพราะกล้ามเนื้อเท่านั้น) ซึ่งอาจจะต้องฉีดข้างละ 1 ขวด (รวมค่าฉีดแล้วจะตกขวดละประมาณ 10,000-40,000 บาท) หลังจากฉีดไปแล้วประมาณ 1-2 เดือน ก็จะเริ่มเห็นผลทำให้ต้นขาดูเล็กลง แต่ต้องฉีดซ้ำเรื่อย ๆ ทุก ๆ 4-6 เดือน

ออกกําลังกายลดต้นขา

  1. การเดิน หากใครชอบเดินก็ช่วยได้เช่นกัน เนื่องจากขณะที่เราเดินกล้ามเนื้อขาจะได้ทำงาน ทำให้ต้นขาของเรากระชับขึ้น ไม่เชื่อก็ลองทำดูสัก 1-2 เดือน แต่การเดินไม่ควรจะน้อยกว่า 30 นาที (เน้นเดินนะครับไม่ใช่วิ่ง)
  2. ขึ้นลงบันได สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ก็อาจลองใช้วิธีนี้ดูก็ได้ เพราะเป็นท่าที่สามารถทำได้ทุกที่และทุกเวลา โดยมีรายงานว่าการเดินขึ้นลงบันไดเฉลี่ยวันละ 2 ชั้น สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ 2.7 กิโลกรัมใน 1 ปี โดยการเดินขึ้นบันไดจะสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 8-11 กิโลแคลอรีต่อนาที ซึ่งมากกว่าการออกกำลังกายทั่วไป ส่วนการเดินลงบันไดจะใช้พลังงานประมาณ 1 ใน 3 ของการเดินขึ้นบันได
  3. ทิ้งน้ำหนักตัวไปที่ขาทั้ง 2 ข้างให้เท่ากัน สำหรับคนที่ต้องยืนเป็นเวลานาน ๆ คุณไม่ควรทิ้งน้ำหนักไปยังขาข้างใดข้างหนึ่ง เพราะจะทำให้ขาของเรามีขนาดไม่เท่ากันได้ และถ้าต้องยืนเป็นเวลานานจริง ๆ ก็ให้ยืนตัวตรง ๆ แล้วไขว้ขาไปข้างหน้าและข้างหลังเบา ๆ
  4. กระโดดเชือก เป็นอีกวิธีออกกำลังกายที่สามารถช่วยลดไขมันบริเวณต้นขาได้ โดยกระโดดเพียงต่ำ ๆ สูงจากพื้นไม่เกิน 1-2 นิ้ว โดยที่จะใช้ข้อเท้า กล้ามเนื้อน่อง รวมถึงการงอเข่าเล็กน้อยเพื่อช่วยดูดซับแรงกระแทกลงได้อีกส่วนหนึ่ง การกระโดดแบบผิด ๆ ด้วยการกระโดดสูงเกินไปจะทำให้มีโอกาสทำให้เข่าพังจากแรงกระแทกที่สูงเกินไปได้
  5. ปั่นจักรยานลดต้นขา อีกหนึ่งวิธีลดเซลลูไลท์ต้นขา เพียงแค่คุณปั่นจักรยานหรือจักรยานไฟฟ้าแบบเร็ว ๆ โดยใช้เกียร์เบา ๆ ก็สามารถช่วยเผาผลาญไขมันและเซลลูไลท์บริเวณต้นขาได้ แต่มีข้อควรระวังคือห้ามใช้เกียร์หนักและปั่นช้า เพราะจะทำให้เกิดกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ และจะยิ่งทำให้ขาใหญ่เพิ่มขึ้นไปอีก
  6. เน้นออกกำลังกายที่ออกแรงได้ทุกส่วน เช่น การเต้นแอโรบิกเป็นประจำ เพราะจะช่วยทำให้หุ่นของคุณเฟิร์มกระชับขึ้นมาได้